เขมรดำ การเมือง กฎหมาย ชีวิต และคุณธรรม ขำขำ...

Friday, June 30, 2006

STRUGGLING IN THE MIDDLE

วันที่ 30 มิถุนายน 2549 ผมได้มีโอกาสอ่านคอลัมน์กาแฟดำ ของคุณสุทธิชัย หยุ่น จาก เว็บกรุงเทพธุรกิจ ว่า

"ผมไปฮานอยครั้งนี้มีโอกาสสัมภาษณ์รองนายกฯ ฟามเกียเคียม (ข่าวบอกว่าจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนต่อไป) ว่าเวียดนามกำลังจะ "แย่งกินอาหารเที่ยง" ของไทย (แปลว่ากำลังจะแย่งตลาดข้าวไทยไปต่อหน้าต่อตา) หรืออย่างไร?
คำตอบจากคนระดับนำของเวียดนามวันนี้ สะท้อนถึงความถ่อมตนแต่ขึงขัน พร้อมจะเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น
รองนายกฯ เคียมบอกผมว่า "อย่าใช้คำว่าเราแย่งกินข้าวคนไทยเลย ฟังดูแรงไป ความจริงเป็นการแข่งขันระหว่างกันด้วยกติกาสากลที่เป็นธรรมต่างหาก"
ว่าแล้วรองนายกฯ เวียดนามคนนี้ ก็กล่าวอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัวว่า เวียดนามยังเป็นประเทศยากจนกว่าไทยมากมายนัก รายได้ต่อหัวต่อปีของคนเวียดนามก็ยังอยู่ที่ประมาณ 600 กว่าดอลลาร์ ขณะที่ของไทยอยู่ที่ 2 พันดอลลาร์ต่อปี "เรายังล้าหลังประเทศไทยหลายขุม" คือคำปลอบใจที่เวียดนามให้กับไทย"


มันสะท้อนให้เห็นถึงการมองและวิเคราะห์ไทยอย่างคู่แข่งร่วมตลาด ทั้งยังมีนัยสำคัญให้พิจารณา

"เป็ด"ปักกิ่งน้อยอย่างไทย จะบินก็ปีกไม่กล้า ขาไม่แข็งพอหรือไร

ผมมองว่าไทยแลนด์นั้น "Struggling in the Middle" เพราะการพัฒนาอย่างไม่รอบด้านและไม่เป็นระบบ ภาวะของประเทศไทยนั้นถือว่ายังติดอยู่ระหว่างทาง ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรม จนลืมฐานสำคัญของการเกษตรที่เป็นสินค้าส่งออกหลัก

พื้นฐานการพัฒนาอย่างสากลจะให้ผลสำเร็จที่ดีที่สุดกับประเทศไทยโดยใช้แนวเศรษฐกิจพอเพียง(ไม่ใช่แนวยากจนอย่างที่พวกรัฐบาลและคนทำโฆษณาเข้าใจหรอกครับ) ลองตามดูครับ 2 บทความ

ประเทศพัฒนาแล้วนั้นจะเห็นว่าสินค้าเกษตรมีราคาแพงและจะส่งออกไม่มากหรือไม่กี่ประเภทเท่านั้น ซึ่งเป็นผลไม้เอกลักษณ์เฉพาะหรือโดดเด่น

เอาเรื่องราคาก่อน การที่ราคาสินค้าเกษตรของไทยพ่ายราคาเวียดนามนั้น ผมกลับมองว่าเป็นเรื่องแสนจะธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองรายได้ต่อหัวเปรียบเทียบ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้นลูกจ้างธรรมดาดาดดื่นยังคงมีรายได้ตามหลังค่าครองชีพพอสมควร สาเหตุของปัจจัยราคาก็อย่างที่ทราบกัน ไม่ต้องมองอย่างอื่น เล่นกันแบบง่ายๆที่สุด เอาแค่ด้านของคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเกษตร มาตรฐานเงินที่ได้รับต้องพอให้ครองชีพ เป็นธรรมดาที่ราคาสินค้าทางการเกษตรต้องสูงพอCover Cost ที่สูงขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากภาวะของภาคอุตสาหกรรมให้เกิดกำไรมาเลี้ยงชีพหรือลูกจ้าง เป็นธรรมดาเมื่อทุกอย่างสูงขึ้น ราคาก็ต้องสูงขึ้น จุดขายด้านปริมาณและราคาย่อมมิอาจใช้ชูโรงได้อีกต่อไป

ทางออกง่ายๆอย่างที่ชาวบ้านคิดได้อาจเป็นทางออกที่ดีหากยังแข่งขันไปตามสภาพเดิมๆ เช่น ควบคุมต้นทุนการเกษตร และค่าครองชีพ นั่นหมายถึงการควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภค และภาคการผลิตแทบทั้งหมด ผมขอถามว่าทำได้หรือไม่ คำตอบของคุณสมคิดผมไม่ทราบ แต่สำหรับผมยาก... ถึงทำได้ก็ไม่เต็มที่ คุณคิดว่ารับบาลไทยจะสามารถจัดการกับภาวะราคาของสินค้าปัจจัยและวัตถุดิบภายนอกประเทศ และความเห็นแก่ประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจได้อย่างไร มันอิงๆกันอยู่ของรู้กัน

ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะหาสิ่งใดมาทดแทนส่วนเพิ่มของราคา คำตอบง่ายๆในหัวของทุกคนก็คือคุณภาพ เอาล่ะ! คุณภาพ โอเค เรามีนักวิชาการเกษตรที่รู้แน่นอน อยู่ที่ความมุ่งมั่นจริงจังที่ปราศจากการกินโต๊ะ แต่เราก็รู้มานานแล้วนี่ แล้วทำไมทำไม่ได้ อันนี้เป็นปัญหาของภาครัฐโดยแท้ มีอะไรอีกล่ะ อ้า... เมื่อมีคุณภาพคนซื้อเขารู้ไหม ทำอย่างไรเรื่องความ Well known ด้านคุณภาพและแพ็คเกจจิง การเปิดตลาดสำหรับสินค้า อืมม์ อย่าติดกับพวกมหาอำนาจนักเลย ของกินถ้ามีคนกินก็ขายได้ เช่น อาฟริกา เป็นไงบ้าง นอกจากนี้ผมขอเสริมเรื่องกลไกราคาภายในประเทศด้วย การจัดแบ่งโซนนิ่งเกษตรกรรมและควบคุมประเภท-ปริมาณให้สมดุลย์ ทั้งให้มีการขายทั้งสินค้าแบบธรรมดาสำหรับแบบเน้นปริมาณและแบบพรีเมียมสำหรับตลาดเน้นคุณภาพ

สิ่งเหล่านี้จะต้องพัฒนาไปทีเดียวพร้อมกันทั้งระบบ มิฉะนั้นก็ล้มเหลวอีกเช่นเคย

เรื่องต่อมา ส่งออกสินค้าที่โดดเด่น

ข้อนี้จะทำได้ถ้าเราพัฒนาคุณภาพในข้อก่อนและมีการจัดระบบเกษตรกรรม และรับซื้อผลผลิตทางเกษตรอย่างมีคุณภาพ
การผลิตต้องมีสองด้าน
  1. ผลิตสินค้าที่เรากินให้พอกินในประเทศเรา
  2. ผลิตสินค้าที่จะส่งออก"ตามชนิด"ให้เหมาะสมกับตลาดโลก

ทั้งสองด้านต้องดูร่วมกันไปเพราะข้าวนั้นเราทั้งกินและส่งออก

คราวหน้าผมจะลงในรายละเอียดการพัฒนาทั้งระบบ ในบทความที่ชื่อว่า STABILIZED IN THE MIDDLE

1 Comments:

Anonymous Anonymous said...

[url=http://www.friendface.org/pg/profile/buy_augmentin]augmentin urinary tract infection[/url] Presentation of clinical material as the stimulus for learning enables students to understand the relevance of underlying scientific knowledge and principles in clinical practice. [url=http://www.netknowledgenow.com/members/buy_5F00_bactrim.aspx]bactrim causing[/url] The key elements of extended matching questions are a list of options, a “lead-in” question, and some case descriptions or vignettes. [url=http://srandolph.communityserver.com/members/Buy-Cialis.aspx]Cialis tadafil[/url]

January 28, 2010 11:00 PM

 

Post a Comment

<< Home